มาดูกัน ว่าทำไมควรใช้ Serum และ Shampoo AloEx คู่กัน

ลูกค้าหลายท่านมักจะสอบถามเข้ามาว่า ใช้แค่แชมพู AloEx อย่างเดียวได้มั้ย หรือ จำเป็นต้องใช้เซรั่ม AloEx ด้วยรึเปล่า คำตอบง่ายมากเลยค่ะ แค่เราลองนึกถึงการดูแลผิวหน้าของเรานะคะ ว่าปกติหลังจากที่เราล้างทำความสะอาดแล้ว เราจำเป็นต้องใช้ครีม หรือ เซรั่มบำรุงผิวหน้าอีกรึเปล่า?

พอเปรียบเทียบแบบนี้แล้ว บางท่านอาจจะเริ่มเดาคำตอบได้ แต่ถ้าบางท่านยังไม่มั่นใจไม่เป็นไรนะคะ เพราะวันนี้เราจะมาช่วยไขทุกข้อสงสัย ปลดล็อกทุกความข้องใจ เอาให้แบบว่า เคลี้ยร์…เคลียร์ กันเลยค่ะ

อย่างที่กล่าวไปตอนแรกนะคะ ว่าการดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ จริงๆแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับการดูแลผิวหน้าเลย เราต้องหมั่นทำความสะอาดหนังศีรษะเพื่อกำจัดสิ่งสกปรก ไม่ว่าจะเป็นเหงื่อ ไคล หรือ ฝุ่นควันมลพิษต่างๆ รวมทั้งยังมีสารเคมีที่เราฉีดๆ ลูบๆ บนเส้นผมเราอยู่ทุกวัน เราจึงต้องใช้ แชมพู AloEx ชำระล้างเหงื่อ ไคล ฝุ่นละออง และสารเคมีต่างๆ เหล่านั้นออก แชมพู AloEx ไม่ได้ทำความสะอาดแค่เส้นผมอย่างเดียวนะคะ แต่ยังสามารถทำความสะอาดลึกและกำจัดสารเคมีที่อุดตันในต่อมรากผม หนังศีรษะจึงสะอาด ไร้สิ่งสกปรกอุดตัน เลือดจึงสามารถไหลเวียนและนำสารอาหารไปบำรึงได้ทั่วถึงทุกต่อมรากผม และเมื่อรากผมของเราได้รับสารอาหารอย่างอิ่มหนำแล้ว ก็จะผลิตเซลล์ผมได้จำนวนมากและเร็วขึ้น เส้นผมที่งอกใหม่ก็จะแข็งแรงและไม่ขาดหลุดร่วงง่ายค่ะ

ยิ่งไปกว่านั้น เคล็ดลับพิเศษที่ทำให้ AloEx แตกต่างจากแชมพูแบรนด์อื่นๆ ก็คือ แชมพู AloEx มีส่วนผสมของสารสกัดจากสมุนไพร 100% ซึ่งเป็นสารบำรุงชนิดเดียวกันกับที่ใช้ในเซรั่ม AloEx เลยค่ะ แชมพู AloEx จึงสามารถช่วยบำรุงหนังศีรษะ กระตุ้นการงอกของเส้นผม และปรับสมดุลความชุ่มชื้นของหนังศีรษะและเส้นผมได้เป็นอย่างดี

เมื่อเส้นผมและหนังศีรษะสะอาด พร้อมรับการบำรุงแล้ว ถึงเวลาที่ เซรั่ม AloEx จะออกโรงแล้วค่ะ แม้ว่าแชมพูจะมีสารสกัดเหมือนๆ กับเซรั่ม แต่แชมพูจะมีสารดังกล่าวอยู่ในปริมาณที่น้อยกว่า เพราะต้องเน้นการทำความสะอาดเป็นหลัก และที่สำคัญอย่าลืมนะคะว่าเรา ต้องล้างแชมพูออกค่าา!!! ดังนั้น เราจึงจำเป็นต้องฉีดเซรั่ม AloEx เพิ่ม แบบเยอะๆ และบ่อยๆ เพราะเจ้าเซรั่มนี้แบบ มีความว๊าว ความพิเศษ ความสุดยอด แบบสุดๆค่ะ (>0<)  เซรั่ม AloEx ประกอบด้วยสารสกัดบริสุทธิเข้มข้นจากสมุนไพรธรรมชาติ 100% กว่า 30 ชนิด ไม่ว่าจะเป็น สารประกอบจำพวก Mucopolysacharide จากว่านหางจระเข้ — Anthocyanin และ Triterpenoids  จากดอกอัญชัน — Asiatic Acid จากใบบัวบก — และอีกเยอะแยะมากมายที่ช่วยกระตุ้นให้เลือดสามารถไหลเวียนได้ดี จึงสามารถนำสารอาหารไปบำรุงรากผมได้อย่างเพียงพอและทั่วถึง รากผมจึงแข็งแรงและยึดเส้นผมได้ดีขึ้นค่ะ

อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ เซรั่ม AloEx เป็นไอเท็มหลักที่ขาดไม่ได้ ก็เพราะว่า เซรั่ม AloEx สามารถช่วยลดอาการคันและความมันของหนังศีรษะได้ค่ะ มีใครเคยไปปรึกษาแพทย์ผิวหนังเกี่ยวกับปัญหาผมร่วง แล้วได้คำแนะนำมาว่า “ไม่ควรสระผมทุกวันบ้างคะ” แอดมินเป็นคนนึงค่ะที่ได้รับคำแนะนำแบบนี้มาเช่นกัน เพราะโดยหลักการแล้ว การสระผมบ่อยเกินไป จะทำให้รากผมอ่อนแอ เส้นผมจึงขาดหลุดร่วงง่าย ซึ่งก็ทราบดีค่ะ แต่…ใครจะไปทนได้ค่ะ เพราะแค่วันเดียว หนังศีรษะก็มันเป็นจาระบี แถมคันยิกๆ อีกด้วย… ได้เวลา เซรั่ม AloEx ออกโรงอีกแล้วค่า เราสามารถใช้เซรั่ม AloEx นี้ฉีดที่โคนผม และเส้นผมเพื่อลดความมันและอาการคันดังกล่าวได้ และเพราะเซรั่ม AloEx นี้ผลิตจากสารสกัดสมุนไพร 100% และใช้ได้โดยไม่ตองล้างออก จึงสามารถฉีดได้ทุกวัน แม้ในวันที่ไม่สระผม เพื่อลดความมัน และอาการคันดังกล่าว อีกทั้งช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดให้สามารถนำสารอาหารไปเลี้ยงรากผมได้อย่างทั่วถึง รากผมจึงสามารถผลิตเซลล์ผมได้มากและเร็วขึ้น เส้นผมที่งอกใหม่ก็ยิ่งมีความแข็งแรงและขาดหลุดร่วงยากค่ะ

นอกจากนี้  เซรั่ม AloEx ยังมีความสุดว๊าวตรงที่ เนื้อบางเบาของเซรั่มที่มีความหนาแน่นไม่ต่างจากน้ำ เซรั่มจึงสามารถซึมเข้าสู่หนังศีรษะเพื่อบำรุงรากผมได้อย่างรวดเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ แม้จะมีกลิ่นสมุนไพรที่บางคน(ที่ไม่ถูกกับสมุนไพร) รู้สึกว่าเหม็น แต่กลิ่นดังกล่าวจะระเหยไปอย่างรวดเร็วภายใน 4-5 นาที ดังนั้นวางใจได้นะเลยว่าจะไม่มีกลิ่นติดผมอย่างแน่นอนค่ะ

จะเห็นได้ว่าจริงๆแล้ว แชมพู AloEx นี้จะเน้นการทำความสะอาดหมดจดเป็นหลัก ในขณะที่ตัว เซรั่ม จะเน้นการบำรุงรากผมอย่างลำลึก ถึงแม้ว่าแชมพูจะมีส่วนผสมของสารสกัดสมุนไพรเช่นเดียวกับที่มีในเซรั่ม แต่จะมีในปริมาณที่น้อยกว่า และที่สำคัญคือเราต้องล้างแชมพูออก สารสกัดถึงอาจไม่สามารถบำรุงได้เต็มที่ ทีนี้เราก็เข้าใจกันแล้วนะคะว่า ทำไมเราจึงควรใช้ เซรั่ม ควบคู่กับ แชมพู AloEx ค่ะ ^^